น้ำมันมะกอก Extra Virgin มีประโยชน์อย่างไร?
น้ำมันมะกอก Extra Virgin (Extra Virgin Olive Oil หรือ EVOO) เป็นน้ำมันที่ได้รับความสนใจอย่างมากในเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในรูปแบบการรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน จุดเด่นไม่ได้มีเพียงไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวอย่างกรดโอเลอิกเท่านั้น แต่ยังมีสารประกอบจากธรรมชาติ เช่น โพลีฟีนอลและสารในกลุ่ม Hydroxytyrosol รวมถึงวิตามินอี
แล้วน้ำมันมะกอก Extra Virgin มีประโยชน์อย่างไร และแตกต่างจากน้ำมันมะกอกทั่วไปอย่างไร? มาทำความรู้จักกันแบบเข้าใจง่าย
ประเภทของน้ำมันมะกอกมีอะไรบ้าง?
น้ำมันมะกอกสามารถแบ่งตามวิธีการผลิตและระดับการแปรรูปได้หลายประเภท โดยชนิดที่พบได้บ่อยมีดังนี้
1. Extra Virgin Olive Oil (EVOO)
น้ำมันมะกอกคุณภาพสูงที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีทางกล โดยไม่ผ่านกระบวนการกลั่นทางเคมี มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว และยังคงสารประกอบจากธรรมชาติของผลมะกอกไว้ได้มาก
2. Virgin Olive Oil
ได้จากการสกัดด้วยวิธีทางกลเช่นเดียวกับ Extra Virgin แต่มีคุณภาพและคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสต่ำกว่า EVOO จึงมีรสชาติและกลิ่นแตกต่างกัน
3. Refined Olive Oil
น้ำมันมะกอกที่ผ่านกระบวนการกลั่นหรือปรับคุณภาพ ทำให้มีรสชาติและกลิ่นอ่อนลง และมีสารประกอบธรรมชาติบางส่วนลดลงเมื่อเทียบกับน้ำมันมะกอกที่ไม่ผ่านการกลั่น
4. Olive Oil
โดยทั่วไปเป็นน้ำมันที่ประกอบด้วย Refined Olive Oil ผสมกับ Virgin Olive Oil เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านรสชาติและกลิ่น จึงเป็นชนิดที่พบได้ทั่วไปในการประกอบอาหาร
5. Olive Pomace Oil
ผลิตจากกากมะกอกที่เหลือหลังจากการสกัดน้ำมันในขั้นแรก แล้วนำไปผ่านกระบวนการเพื่อสกัดน้ำมันออกมา จึงมีลักษณะแตกต่างจาก Extra Virgin Olive Oil
สรุปง่าย ๆ: หากต้องการน้ำมันมะกอกที่ยังคงสารประกอบธรรมชาติจากผลมะกอกไว้มาก Extra Virgin Olive Oil (EVOO) เป็นประเภทที่ควรทำความรู้จักเป็นพิเศษค่ะ 🌿
น้ำมันมะกอก Extra Virgin คืออะไร?
Extra Virgin Olive Oil หรือ EVOO เป็นน้ำมันมะกอกที่ได้จากผลมะกอกโดยใช้กระบวนการทางกลและไม่ผ่านการกลั่นแบบน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์บางประเภท จึงยังคงมีสารประกอบธรรมชาติจากผลมะกอกอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะสารประกอบฟีนอลิกหรือโพลีฟีนอล
องค์ประกอบสำคัญของ EVOO ได้แก่ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะกรดโอเลอิก (Oleic Acid หรือ Omega-9) รวมถึงโพลีฟีนอล โทโคฟีรอล และสารประกอบจากพืชอื่น ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ EVOO ได้รับความสนใจในด้านโภชนาการและสุขภาพ
1. มีกรดไขมันโอเมก้า 9 หรือกรดโอเลอิก
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของน้ำมันมะกอก Extra Virgin คือ กรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือ MUFA
การเลือกใช้ไขมันไม่อิ่มตัวแทนไขมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดย FDA ระบุว่ามีหลักฐานสนับสนุนแบบมีเงื่อนไขว่า การรับประทานน้ำมันที่มีกรดโอเลอิกสูงแทนไขมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้
ดังนั้น จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ “กินน้ำมันมะกอกให้มากที่สุด” แต่คือการ เลือกชนิดของไขมันและใช้แทนไขมันบางชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ในภาพรวมของอาหาร
2. มีสารโพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระ
มีสารประกอบฟีนอลิกหรือ Polyphenols ซึ่งเป็นสารจากพืชที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
อนุมูลอิสระเกิดขึ้นตามกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมถึงได้รับจากปัจจัยแวดล้อม การมีอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุล
งานวิจัยหลายฉบับศึกษาน้ำมันมะกอกที่มีโพลีฟีนอลสูง โดยพบความสัมพันธ์กับตัวชี้วัดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับภาวะออกซิเดชันและสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาไม่ได้หมายความว่า EVOO สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้โดยตรง
3. Hydroxytyrosol สารสำคัญจากผลมะกอก
Hydroxytyrosol เป็นสารประกอบฟีนอลิกชนิดหนึ่งที่พบตามธรรมชาติในผลมะกอกและผลิตภัณฑ์จากมะกอก
สารชนิดนี้ได้รับความสนใจจากคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ และมีการศึกษาบทบาทของสารประกอบฟีนอลจากมะกอกต่อการปกป้องไขมันในเลือดจากความเสียหายจากออกซิเดชัน
จึงไม่น่าแปลกใจที่เวลาพูดถึงคุณค่าของ Extra Virgin Olive Oil มักจะพบชื่อ Hydroxytyrosol, Tyrosol และ Oleuropein อยู่ในงานวิจัยเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์จากมะกอก
อย่างไรก็ตาม ปริมาณของสารเหล่านี้สามารถแตกต่างกันไปตามพันธุ์มะกอก แหล่งผลิต กระบวนการผลิต และการเก็บรักษา ดังนั้นจึงไม่ควรเหมารวมว่าน้ำมันมะกอกทุกชนิดมีปริมาณ Hydroxytyrosol เท่ากัน
4. มีวิตามินอีตามธรรมชาติ
น้ำมันมะกอกมี Vitamin E หรือ Tocopherols ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
วิตามินอีมีบทบาทในการช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ร่างกายต้องการในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณวิตามินอีในน้ำมันมะกอกขึ้นอยู่กับชนิดและแหล่งผลิต จึงควรดูข้อมูลโภชนาการของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดประกอบด้วย
5. เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหัวใจและหลอดเลือด
เหตุผลหนึ่งที่น้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น ได้รับความสนใจคือการรับประทาน EVOO ในรูปแบบอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะ Mediterranean Diet
งานทบทวนและการวิเคราะห์อภิมานพบว่า น้ำมันมะกอกที่มีโพลีฟีนอลสูงอาจส่งผลดีต่อตัวชี้วัดด้านหัวใจและหลอดเลือดบางชนิด เช่น การเกิดออกซิเดชันของ LDL และตัวชี้วัดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับไขมันในเลือด
แต่หลักฐานทางคลินิกยังมีความแตกต่างกันในแต่ละการศึกษา ดังนั้นควรมอง EVOO เป็น ส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพ มากกว่าการมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาหรือป้องกันโรคโดยตรง
6. อาจมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพโดยรวม
นอกจากเรื่องหัวใจและหลอดเลือดแล้ว งานวิจัยยังศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทาน Extra Virgin Olive Oil กับตัวชี้วัดด้านการอักเสบ การทำงานของหลอดเลือด และกระบวนการเมแทบอลิซึม
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์อภิมานของการทดลองแบบสุ่ม 33 การทดลอง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรวม 2,020 คน พบความสัมพันธ์กับระดับอินซูลินและ HOMA-IR ที่ดีขึ้น แต่ไม่พบผลอย่างมีนัยสำคัญต่อค่าหลายรายการ เช่น น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร ไตรกลีเซอไรด์ LDL, HDL และความดันโลหิต
จึงควรใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจคุณค่าทางโภชนาการของ EVOO ไม่ใช่นำไปตีความว่าเป็นสรรพคุณในการรักษาโรค
แล้วควรรับประทานน้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น อย่างไร?
การรับประทาน EVOO ให้เกิดประโยชน์ควรมองร่วมกับอาหารทั้งหมดในแต่ละวัน เช่น
- ใช้ Extra Virgin Olive Oil แทนไขมันหรือซอสบางชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
- รับประทานร่วมกับผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย
- ควบคุมปริมาณอาหารโดยรวม เพราะน้ำมันทุกชนิดให้พลังงานค่อนข้างสูง
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งผลิตและข้อมูลส่วนประกอบชัดเจน
- เก็บน้ำมันมะกอกให้พ้นจากแสง ความร้อน และอากาศ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของน้ำมัน
น้ำมันมะกอก Extra Virgin เหมาะกับใคร?
EVOO เป็นแหล่งไขมันจากพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะกรดโอเลอิก รวมถึงโพลีฟีนอลและสารประกอบจากพืช จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพของไขมันในอาหารและดูแลสุขภาพโดยรวม
เหมาะกับผู้ที่…
1. ต้องการดูแลระดับไขมันในเลือด 🫀
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลือกแหล่งไขมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และใช้ ทดแทนไขมันอิ่มตัว ในอาหาร การเปลี่ยนชนิดของไขมันมีความสำคัญต่อคุณภาพของอาหารโดยรวม PubMed
2. ต้องการดูแลระดับ LDL-C
EVOO และโพลีฟีนอลจากน้ำมันมะกอกมีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของ LDL-C แต่ผลจากการทดลองทางคลินิกโดยรวมยังไม่สม่ำเสมอ จึงควรมองว่าเป็น ส่วนหนึ่งของการดูแลอาหาร ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ลด LDL โดยตรง PubMed
3. ต้องการสนับสนุนระดับ HDL-C
มี meta-analysis ที่พบว่าโพลีฟีนอลจากน้ำมันมะกอกมีผลช่วยเพิ่ม HDL-C ได้เล็กน้อย แต่ผลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า EVOO จะเพิ่ม HDL ได้ในทุกคน PubMed
4. ต้องการเพิ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอาหาร
EVOO มี กรดโอเลอิก (Oleic Acid หรือ Omega-9) เป็นกรดไขมันหลัก จึงสามารถใช้แทนแหล่งไขมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูงกว่าได้
5. ต้องการเพิ่มสารประกอบโพลีฟีนอลจากอาหาร
EVOO เป็นแหล่งของสารประกอบฟีนอลิกหรือโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ EVOO แตกต่างจากน้ำมันมะกอกที่ผ่านการกลั่นมากกว่า
6. ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดในภาพรวม ❤️
การรับประทาน EVOO เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับอาหารที่มีผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และปลา แทนที่จะมอง EVOO เป็นอาหารเดี่ยว ๆ ที่มีผลรักษาโรค
EVOO เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลือกแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เพิ่มสารประกอบจากพืชในอาหาร และปรับรูปแบบการรับประทานอาหารเพื่อสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม
สรุป
น้ำมันมะกอก Extra Virgin ไม่ได้มีดีเพียงแค่เป็นน้ำมันสำหรับประกอบอาหาร แต่ยังมีองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายชนิด ทั้ง กรดโอเลอิกหรือโอเมก้า 9 โพลีฟีนอล Hydroxytyrosol และวิตามินอี
สิ่งสำคัญคือการนำ EVOO มาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล โดยเลือกใช้แทนไขมันบางชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง รับประทานผักและอาหารจากพืชให้หลากหลาย และดูแลพฤติกรรมสุขภาพด้านอื่นควบคู่กัน
สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากน้ำมันมะกอก Giffarine Hi-Olive เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่รวม Extra Virgin Olive Oil เข้ากับสารสกัดจากผลมะกอก วิตามินอี และ Tocotrienol/Tocopherol Complex ในรูปแบบแคปซูลนิ่ม เม็ดเล็ก ทานง่าย สามารถศึกษารายละเอียดส่วนประกอบและวิธีรับประทานของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเลือกใช้ได้เลยค่ะ
>> น้ำมันมะกอก กิฟฟารีน Extra Virgin Oil <<
สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ : หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : AllGiff
Email : admin@allgiff.com
โทร. 090-0491594
Line : @welove.giffarine
สมัครสมาชิก คลิ๊ก!
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
1. น้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น มีประโยชน์อย่างไร?
มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะกรดโอเลอิก รวมถึงสารประกอบจากธรรมชาติ เช่น โพลีฟีนอลและวิตามินอี จึงเป็นแหล่งไขมันที่สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพได้
2. น้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น กินทุกวันได้ไหม?
สามารถรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวันได้ โดยควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และนำมาแทนไขมันบางชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง มากกว่าการเพิ่มน้ำมันเข้าไปในอาหารโดยไม่ปรับปริมาณไขมันโดยรวม
3. น้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น มีโอเมก้า 9 หรือไม่?
มีค่ะ โดยกรดไขมันหลักของน้ำมันมะกอกคือ กรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่มักเรียกว่าโอเมก้า 9
4. น้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยเรื่อง HDL หรือไม่?
การรับประทานไขมันไม่อิ่มตัวแทนไขมันอิ่มตัวอาจส่งผลดีต่อรูปแบบไขมันในเลือด โดยงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันมะกอกพบว่าอาจมีผลต่อระดับ HDL หรือคุณภาพการทำงานของ HDL ในบางกรณี อย่างไรก็ตาม ผลต่อระดับ HDL โดยตรงไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันในทุกการศึกษา จึงควรมองน้ำมันมะกอกเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ มากกว่าการใช้เพื่อเพิ่ม HDL โดยเฉพาะ
5. Hydroxytyrosol ในน้ำมันมะกอกคืออะไร?
Hydroxytyrosol เป็นสารประกอบฟีนอลิกที่พบตามธรรมชาติในผลมะกอกและผลิตภัณฑ์จากมะกอก เป็นสารที่ได้รับความสนใจจากคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ
6. Extra Virgin Olive Oil ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้หรือไม่?
การใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวแทนไขมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาจมีส่วนช่วยปรับรูปแบบไขมันในอาหารและส่งผลดีต่อระดับคอเลสเตอรอลบางชนิดได้ แต่ไม่ควรกล่าวว่า Extra Virgin Olive Oil เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงโดยตรง
7. เหมาะกับการทำอาหารหรือไม่?
สามารถใช้ประกอบอาหารได้ โดยการเลือกใช้งานควรพิจารณาประเภทของอาหาร อุณหภูมิ และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บน้ำมันไว้ในบริเวณที่โดนแสงหรือความร้อนเป็นเวลานาน
8. ควรเลือก อย่างไร?
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าเป็น Extra Virgin Olive Oil มีฉลากและแหล่งผลิตชัดเจน ตรวจสอบวันผลิตหรือวันหมดอายุ และเก็บในภาชนะที่ช่วยป้องกันแสงและความร้อน
9. น้ำมันมะกอก Extra Virgin กับน้ำมันมะกอกแบบอื่น เลือกแบบไหนดี?
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้ หากต้องการน้ำมันมะกอกที่ยังคงสารประกอบธรรมชาติจากผลมะกอกไว้มาก Extra Virgin Olive Oil เป็นประเภทที่น่าสนใจ ส่วนประเภทอื่นอาจเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
10. น้ำมันมะกอก Extra Virgin สามารถใช้แทนน้ำมันชนิดอื่นได้หรือไม่?
สามารถนำมาใช้แทนไขมันบางชนิดในอาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อเพิ่มสัดส่วนของไขมันไม่อิ่มตัวในอาหาร แต่ควรคำนึงถึงปริมาณพลังงานและลักษณะการปรุงอาหารร่วมด้วยค่ะ







