โอเมก้า 3 จากพืช กรดไขมัน ที่ร่างกายขาดไม่ได้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

โอเมก้า 3 จากพืช

โอเมก้า 3 จากพืช Omega 3 กรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายขาดไม่ได้

 

          โอเมก้า 3 จากพืช Omega 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น และในน้ำมันพืช หรือน้ำมันสัตว์ ที่เราบริโภคเป็นประจำ มักจะมีโอเมก้า 6 สูง แต่มีโอเมก้า 3 ต่ำ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้

  • ร่างกายเกิดการอักเสบมาก
  • เกิดภาวะเลือดข้นหนืด เกิดลิ่มเลือดมาก
  • ความเสื่อมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น
อัตราส่วน โอเมก้า 6 : โอเมก้า 3

อัตราส่วนที่เหมาะสม :

  • โอเมก้า 6 = 4
  • โอเมก้า 3 = 1
โอเมก้า 3 จากพืช

แหล่งโอเมก้า 3 จากพืช

โอเมก้า 3 ไม่ได้มีแค่ในน้ำมันปลาเพียงอย่างเดียว

  • น้ำมันเมล็ดงาขี้ม่อน มีโอเมก้า 3 สูงถึง 60%
  • น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ มีโอเมก้า 3 สูงถึง 50%
โอเมก้า 3 จากพืช ประโยชน์
โอเมก้า 3 จากพืช ประโยชน์
โอเมก้า 3 จากพืช ประโยชน์

ประโยชน์ดีๆ ของโอเมก้า 3 จากพืช

  1. ต้านอนุมูลอิสระ ต้านอักเสบ
  2. ลดความข้นหนืดของเลือด
  3. ลดระดับไตรกลีเซอไรด์
  4. ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน ทั่วร่างกาย จึงช่วยต้านโรคอ้วนได้
  5. ลดการสะสมไขมันที่ตับ ลดการอักเสบของตับ จึงช่วยป้องกันภาวะไขมันพอกตับ
  6. ลดภาวะดื้ออินซูลิน จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  7. บรรเทาข้อเสื่อม ลดการสูญเสียมวลกระดูก
  8. ยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งผิวหนัง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาต้านมะเร็ง
  9. ต้านภูมิแพ้ บรรเทาอาการไอ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด
  10. ปกป้องไต
  11. ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
  12. ช่วยให้หลับง่าย โดยผ่านสารสื่อประสาท GABA
  13. บำรุงและปกป้องสมอง ชะลอความเสื่อมของเซลล์สมอง
  14. ลดความเสี่ยงในการเกิดภาะผิดปกติด้านจิตประสาท และอารมณ์

          ดังนั้น การเสริมโอเมก้า 3 ให้ร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ ซึ่งการเสริมโอเมก้า 3 จากพืช ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือแพ้อาหารทะเล ทำให้ไม่สามารถเสริมโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลาได้นั่นเอง

แคปซูลน้ำมันปลา แหล่งของโอเมก้า 3 ที่มี DHA และ EPA

โอเมก้า 3 คืออะไร

 

          โอเมก้า 3 (Omega-3) เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยโอเมก้า 3 มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ระบบหัวใจ และระบบการทำงานของเซลล์

 

กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบได้บ่อยมี 3 ชนิด ได้แก่

  • ALA (Alpha-Linolenic Acid) พบมากในพืช เช่น เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย และถั่วต่าง ๆ

  • EPA (Eicosapentaenoic Acid) พบมากในปลาทะเลน้ำลึก

  • DHA (Docosahexaenoic Acid) เป็นกรดไขมันที่สำคัญต่อสมองและระบบประสาท

แหล่งโอเมก้า 3 จากพืช เช่น เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัท ที่มีกรดไขมัน ALA

โอเมก้า 3 จากพืช คืออะไร

 

          โอเมก้า 3 จากพืช ส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันชนิด ALA (Alpha-Linolenic Acid) ซึ่งพบได้ในพืชหลายชนิด เช่น

 

          ร่างกายสามารถเปลี่ยน ALA ให้กลายเป็น DHA และ EPA ได้ แต่กระบวนการนี้เกิดขึ้นในปริมาณที่ค่อนข้างน้อย จึงทำให้บางคนเลือกเสริมโอเมก้า 3 จากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

เปรียบเทียบโอเมก้า 3 จากพืช (ALA) กับโอเมก้า 3 จากปลา

โอเมก้า 3 จากพืช กับ โอเมก้า 3 จากปลา ต่างกันอย่างไร

 

          โอเมก้า 3 จากพืชและจากปลามีความแตกต่างกันในด้านชนิดของกรดไขมัน

แหล่งโอเมก้า 3 ชนิดของกรดไขมัน
โอเมก้า 3 จากพืช ALA
โอเมก้า 3 จากปลา DHA และ EPA

 

          กรดไขมัน DHA และ EPA เป็นรูปแบบที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที จึงทำให้หลายคนเลือกเสริมโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลาเพื่อให้ได้รับ DHA และ EPA โดยตรง

ตัวอย่างแหล่งโอเมก้า 3 จากปลา

 

          สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมกรดไขมัน DHA และ EPA โดยตรง ผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม

น้ำมันปลามักผลิตจากปลาทะเลน้ำลึก เช่น

  • ปลาแซลมอน

  • ปลาทูน่า

  • ปลาซาร์ดีน

  • ปลาแมคเคอเรล

 

          น้ำมันปลาคุณภาพดีจะผ่านกระบวนการผลิตที่ช่วยรักษาคุณค่าของกรดไขมันโอเมก้า 3 และช่วยให้ได้รับ DHA และ EPA ในปริมาณที่เหมาะสม

 

สนใจโอเมก้า 3 จากปลา >> น้ำมันปลา กิฟฟารีน

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมโอเมก้า 3

 

          การเสริมโอเมก้า 3 อาจเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่รับประทานปลาน้อย

  • ผู้ที่ต้องการเสริมกรดไขมันจำเป็นให้ร่างกาย

  • ผู้ที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพ

  • ผู้ที่ต้องการดูแลสมดุลของโภชนาการในชีวิตประจำวัน

 


สรุป

 

          โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีบทบาทต่อสุขภาพ โดยสามารถพบได้ทั้งจากพืชและจากปลา ซึ่งแต่ละแหล่งมีชนิดของกรดไขมันที่แตกต่างกัน

          โอเมก้า 3 จากพืชให้กรดไขมันชนิด ALA ส่วนโอเมก้า 3 จากปลาให้ DHA และ EPA ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที ดังนั้นการเลือกรับประทานโอเมก้า 3 จากอาหารหลากหลายแหล่งจึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล

คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับโอเมก้า 3

 

Q: โอเมก้า 3 กินทุกวันได้ไหม
A: สามารถรับประทานโอเมก้า 3 ได้ทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 250–500 มก. ต่อวัน

 

Q: โอเมก้า 3 จากพืชแทนโอเมก้า 3 จากปลาได้ไหม
A: โอเมก้า 3 จากพืชจะอยู่ในรูป ALA ซึ่งร่างกายต้องเปลี่ยนเป็น EPA และ DHA ก่อน ทำให้ประสิทธิภาพอาจน้อยกว่าการได้รับจากปลา

 

Q: ใครควรกินโอเมก้า 3
A: เช่น ผู้ที่รับประทานปลาไม่บ่อย ผู้ที่ต้องการดูแลหัวใจ สมอง และสุขภาพโดยรวม

สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ : หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : AllGiff
Email : admin@allgiff.com
โทร. 090-0491594
Line : @welove.giffarine

เพิ่มเพื่อน

สมัครสมาชิก คลิ๊ก!