ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Astaxanthin (แอสตาแซนธิน) กลายเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการดูแลผิวพรรณเมื่ออายุมากขึ้น
หลายคนอาจเคยเห็น Astaxanthin เป็นส่วนผสมในอาหารเสริม เซรั่ม หรือครีมบำรุงผิว และสงสัยว่าสารชนิดนี้ช่วยอะไรได้บ้าง มีประโยชน์จริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ และควรเลือกรับประทานหรือใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไร
บทความนี้จะพาไปรู้จัก Astaxanthin ตั้งแต่แหล่งที่มา คุณสมบัติ ประโยชน์ที่มีงานวิจัยรองรับ ไปจนถึงวิธีใช้และข้อควรระวัง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม
Astaxanthin คืออะไร?
Astaxanthin คือสารสีแดงอมส้มในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) จัดอยู่ในกลุ่มย่อยที่เรียกว่าแซนโทฟิลล์ (Xanthophylls) พบได้ตามธรรมชาติในสาหร่ายขนาดเล็กและสัตว์น้ำบางชนิด
แหล่งผลิต Astaxanthin ตามธรรมชาติที่ได้รับความสนใจมากคือสาหร่าย Haematococcus pluvialis ซึ่งสามารถสะสมสารสีแดงนี้ได้เมื่อเผชิญสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียด
Astaxanthin มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ โดยมีบทบาทในการลดปฏิกิริยาออกซิเดชันในระบบทดลอง อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพที่พบในห้องปฏิบัติการไม่ได้หมายความว่าจะเกิดประโยชน์ทางสุขภาพในมนุษย์ในระดับเดียวกันเสมอไป
Astaxanthin พบได้ในอาหารอะไรบ้าง?
อาหารที่มี Astaxanthin ได้แก่
- ปลาแซลมอน
- ปลาเทราต์บางชนิด
- กุ้ง
- ปูและสัตว์จำพวกครัสเตเชียนบางชนิด
สารชนิดนี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้เนื้อปลาแซลมอนและเปลือกสัตว์น้ำบางชนิดมีสีชมพูอมส้มหรือสีแดง
ปริมาณ Astaxanthin ในอาหารแตกต่างกันตามชนิด แหล่งอาหาร และกระบวนการผลิต จึงไม่สามารถระบุได้ว่าการรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณทั่วไปจะให้ Astaxanthin เทียบเท่ากับอาหารเสริมทุกสูตร
Astaxanthin ช่วยอะไรบ้าง? 5 ประโยชน์ที่น่าสนใจ
Astaxanthin ได้รับการศึกษาทั้งในด้านผิวพรรณ สุขภาพดวงตา การอักเสบ และการทำงานของร่างกาย แต่ระดับความน่าเชื่อถือของหลักฐานในแต่ละด้านยังแตกต่างกัน
1. อาจช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง พร้อมส่งเสริมความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว
หนึ่งในประโยชน์ของ Astaxanthin ที่ได้รับความสนใจคือ การดูแลสุขภาพผิวและลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกี่ยวข้องกับความแห้งกร้านและการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
Astaxanthin เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยลดความเสียหายจากภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของผิวและการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
งานวิจัยแบบ Systematic Review และ Meta-analysis ที่เผยแพร่ในวารสาร Nutrients ปี 2021 ซึ่งรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับ Astaxanthin และความเสื่อมของผิวตามวัยจำนวน 11 การศึกษา พบว่า การรับประทาน Astaxanthin มีความสัมพันธ์กับการปรับปรุงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นดีขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะริ้วรอยที่เห็นชัดจากผิวแห้ง อาจดูจางลงและทำให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์รวมยังไม่พบว่า Astaxanthin สามารถลดความลึกของริ้วรอยได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าช่วยลดริ้วรอยลึกหรือทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์ได้อย่างชัดเจน
สรุป: Astaxanthin อาจมีส่วนช่วยดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลงได้ในบางกรณี แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยโดยตรง
นอกจากการดูแลผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว การรักษาความแข็งแรงของ Skin Barrier หรือเกราะป้องกันผิว ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะ Skin Barrier ช่วยลดการสูญเสียน้ำและปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก หากเกราะป้องกันผิวทำงานผิดปกติ อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: Skin Barrier คืออะไร? ทำไมเกราะป้องกันผิวจึงสำคัญต่อสุขภาพผิว
ความงาม และของใช้ส่วนตัว
แอสตาแซนธิน อินเทนซีฟ ซีรั่ม Giffarine Astaxanthin Intensive Serum
ความงาม และของใช้ส่วนตัว
แอสตาแซนธิน เอจ ดีไฟอิ้ง เนค ครีม Giffarine Astaxanthin Age-Defying Neck Cream
ความงาม และของใช้ส่วนตัว
แอสตาแซนธิน เอจดีไฟอิ้ง เฟเชียล ครีม Giffarine Astaxanthin Age-Defying Facial Cream
อาหารเสริม
2. อาจช่วยสนับสนุนการปกป้องผิวจากความเครียดออกซิเดชัน
รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสี UV จากแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดออกซิเดชันในผิว ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของผิวก่อนวัย
Astaxanthin มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และมีการศึกษาว่าอาจช่วยลดผลกระทบบางอย่างจากรังสี UV ต่อผิวได้
อย่างไรก็ตาม หลักฐานในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด และ Astaxanthin ไม่สามารถใช้แทนครีมกันแดดได้
การดูแลผิวจากแสงแดดยังคงต้องอาศัยการใช้ครีมกันแดดที่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงแดดจัด และการปกป้องผิวด้วยเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์กันแดดร่วมด้วย
3. อาจมีประโยชน์ต่ออาการล้าของดวงตา
ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานานอาจสนใจ Astaxanthin เนื่องจากมีงานวิจัยเกี่ยวกับการทำงานของดวงตาและความเมื่อยล้าจากการใช้หน้าจอ
การศึกษาหนึ่งในผู้ใหญ่สุขภาพดี 60 คน พบผลดีบางประการต่อการมองเห็นหลังใช้หน้าจอในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ได้รับ Astaxanthin 9 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 6 สัปดาห์
แต่ตัวชี้วัดด้านการมองเห็นอื่นไม่ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งหมด
ผลการศึกษานี้จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า Astaxanthin สามารถรักษาอาการตาล้า ตาแห้ง หรือโรคทางตาได้
ผู้ที่มีปัญหาดวงตาควรพักสายตาอย่างสม่ำเสมอ ปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม และเข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติ
4. มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ
อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่เกิดขึ้นตามกระบวนการปกติของร่างกาย แต่หากมีมากเกินกว่าระบบป้องกันของร่างกายจะจัดการได้ อาจทำให้เกิดความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress)
Astaxanthin เป็นสารที่มีการศึกษาคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและผลต่อกระบวนการอักเสบในระดับเซลล์ สัตว์ทดลอง และมนุษย์
แม้ผลการศึกษาบางส่วนจะน่าสนใจ แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะใช้ Astaxanthin เป็นยารักษาโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ
5. อาจมีบทบาทต่อความเหนื่อยล้าและสมรรถภาพร่างกาย
มีงานวิจัยศึกษาผลของ Astaxanthin ต่อความเหนื่อยล้า การออกกำลังกาย และสมรรถภาพร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด และไม่สามารถสรุปได้ว่าการรับประทาน Astaxanthin จะช่วยเพิ่มพลังงาน ลดความเหนื่อยล้า หรือเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายได้ในทุกคน
การพักผ่อนอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่หลากหลาย และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมยังเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพ
Astaxanthin แบบกินกับแบบทา ต่างกันอย่างไร?
ปัจจุบัน Astaxanthin ถูกนำมาใช้ทั้งในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอาง แต่ทั้งสองรูปแบบมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน
การมี Astaxanthin เป็นส่วนผสมไม่ได้รับประกันว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะให้ผลเหมือนกัน เพราะประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับความเข้มข้น สูตรตำรับ ความคงตัวของสาร และส่วนผสมอื่น ๆ
Astaxanthin ควรกินวันละกี่มิลลิกรัม?
ปริมาณ Astaxanthin ที่ใช้ในการศึกษาทางคลินิกมีความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย จึงยังไม่มีขนาดรับประทานมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับสำหรับทุกประโยชน์ทางสุขภาพ
ในปี 2020 หน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) ประเมินว่า การได้รับ Astaxanthin จากอาหารเสริมวันละ 8 มิลลิกรัม ร่วมกับปริมาณที่คาดว่าจะได้รับจากอาหารตามปกติ มีความปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ภายใต้เงื่อนไขที่ประเมิน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นผลการประเมินความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำว่าทุกคนจำเป็นต้องรับประทาน 8 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ใช่การรับรองประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกันโรค
ผู้ที่ต้องการใช้อาหารเสริมควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายอย่างถูกต้อง หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
Astaxanthin ควรกินตอนไหน?
Astaxanthin เป็นสารที่ละลายในไขมัน จึงมักแนะนำให้รับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันในปริมาณเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการดูดซึม
ตัวอย่างเช่น การรับประทานพร้อมอาหารเช้าหรืออาหารกลางวันที่มีไข่ ปลา ถั่ว หรือไขมันจากอาหารตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการรับประทานในช่วงเช้าดีกว่าช่วงเย็นสำหรับทุกคน
สิ่งสำคัญคือปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก และไม่เพิ่มขนาดรับประทานเองโดยคาดหวังว่าจะเห็นผลเร็วขึ้น
Astaxanthin มีผลข้างเคียงหรือไม่? ใครบ้างที่ควรระวัง
แม้ Astaxanthin จะมีข้อมูลด้านความปลอดภัยจากการศึกษาบางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะสำหรับทุกคน
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ ได้แก่
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยของการใช้อาหารเสริมยังไม่เพียงพอ
- เด็กและวัยรุ่น ซึ่งไม่ควรนำขนาดสำหรับผู้ใหญ่มาใช้เอง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่เตรียมเข้ารับการผ่าตัดหรือมีการรักษาทางการแพทย์ที่ต้องพิจารณาการใช้อาหารเสริมร่วมด้วย
ผู้ใช้บางรายอาจมีอาการไม่สบายทางเดินอาหารหรืออาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ข้อมูลผลข้างเคียงระยะยาวยังมีข้อจำกัด
หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ควรหยุดใช้และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ Astaxanthin ให้เหมาะกับตัวเอง
ก่อนเลือกซื้ออาหารเสริมหรือสกินแคร์ที่มี Astaxanthin ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
1. ตรวจสอบแหล่งที่มาของสารสำคัญ
Astaxanthin อาจได้จากสาหร่ายธรรมชาติหรือกระบวนการผลิตอื่น ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลวัตถุดิบจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้
2. ตรวจสอบปริมาณสารสำคัญ
สำหรับอาหารเสริม ควรดูปริมาณ Astaxanthin จริงต่อหน่วยบริโภค ไม่ใช่ดูเพียงปริมาณสารสกัดทั้งหมด เพราะอาจไม่เท่ากัน
3. ตรวจสอบฉลากและข้อมูลการขึ้นทะเบียน
ผลิตภัณฑ์ควรมีฉลากภาษาไทยที่ถูกต้อง ระบุส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และข้อมูลการอนุญาตตามประเภทผลิตภัณฑ์
4. พิจารณาส่วนผสมอื่นร่วมด้วย
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางชนิดอาจมีส่วนผสมอย่างไฮยาลูรอนิกแอซิด กลีเซอรีน หรือสารบำรุงอื่น ๆ ซึ่งมีบทบาทต่อความชุ่มชื้นของผิว
การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรพิจารณาสูตรโดยรวมมากกว่าดูเพียงว่ามี Astaxanthin หรือไม่
5. เปรียบเทียบราคาอย่างเหมาะสม
สำหรับอาหารเสริม ควรเปรียบเทียบราคาต่อปริมาณ Astaxanthin และจำนวนวันที่ใช้ได้จริง ส่วนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวควรดูปริมาณสุทธิ สูตรผลิตภัณฑ์ และความเหมาะสมกับสภาพผิว
สรุป Astaxanthin ดีจริงไหม และจำเป็นต้องกินหรือไม่?
Astaxanthin เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และมีงานวิจัยในมนุษย์สนับสนุนประโยชน์บางด้าน โดยเฉพาะความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว
อย่างไรก็ตาม หลักฐานเกี่ยวกับการลดริ้วรอย การป้องกันโรค และประโยชน์ด้านสุขภาพอื่น ๆ ยังมีข้อจำกัด จึงไม่ควรมองว่า Astaxanthin เป็นสารมหัศจรรย์ที่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้ทุกด้าน
การดูแลสุขภาพที่ดีควรเริ่มจากอาหารที่หลากหลาย การพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกาย และการปกป้องผิวจากแสงแดด ส่วนผลิตภัณฑ์ Astaxanthin อาจเป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ที่สนใจ โดยควรเลือกใช้อย่างเหมาะสมและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำในการวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค และไม่สามารถใช้แทนคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกรได้
ดูแลผิวกาย
ความงาม และของใช้ส่วนตัว
อาหารเสริมดูแลผิว
แอสตาแซนธิน กิฟฟารีน สาหร่ายแดง Giffarine Astaxanthin ผสมวิตามินซี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Astaxanthin (FAQ)
Astaxanthin ช่วยให้ผิวขาวขึ้นหรือไม่?
ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอจะยืนยันว่า Astaxanthin ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างชัดเจน งานวิจัยที่มีอยู่มุ่งศึกษาความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และการเปลี่ยนแปลงของผิวบางด้านมากกว่า
Astaxanthin ช่วยลดริ้วรอยได้จริงไหม?
งานวิจัยบางชิ้นรายงานผลเชิงบวกต่อสภาพผิว แต่การวิเคราะห์รวมงานวิจัยในปี 2021 ยังไม่พบผลลดความลึกของริ้วรอยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงไม่ควรคาดหวังผลเทียบเท่าหัตถการด้านความงาม
Astaxanthin ต้องกินนานแค่ไหนถึงเห็นผล?
งานวิจัยบางการศึกษาใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการประเมินผล แต่ยังไม่มีระยะเวลาที่รับประกันว่าจะเห็นผลในทุกคน และไม่ควรรับประทานต่อเนื่องโดยไม่มีการประเมินความเหมาะสม
Astaxanthin กินคู่กับวิตามินซีได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่มีข้อมูลว่าการรับประทาน Astaxanthin ร่วมกับวิตามินซีในปริมาณปกติเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดี แต่ควรตรวจสอบส่วนประกอบทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับสารอาหารหรือส่วนผสมซ้ำซ้อน
Astaxanthin เหมาะกับคนอายุ 40–50 ปีขึ้นไปหรือไม่?
ผู้ใหญ่ในวัยนี้อาจสนใจ Astaxanthin เพื่อการดูแลผิวและสุขภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องรับประทานตามอายุ การเลือกใช้ควรพิจารณาจากสุขภาพ อาหารที่รับประทาน และความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
Astaxanthin เป็นวิตามินหรือไม่?
ไม่ใช่ Astaxanthin เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ไม่ใช่วิตามิน และไม่จัดเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับในปริมาณที่กำหนดทุกวัน
แหล่งอ้างอิง
- Zhou X. และคณะ (2021). Systematic Review and Meta-Analysis on the Effects of Astaxanthin on Human Skin Ageing. Nutrients, 13(9), 2917.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34578794/ - Ng Q.X. และคณะ (2021). Effects of Astaxanthin Supplementation on Skin Health: A Systematic Review of Clinical Studies. Journal of Dietary Supplements.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32202443/ - Sekikawa T. และคณะ (2023). Effects of diet containing astaxanthin on visual function in healthy individuals: a randomized, double-blind, placebo-controlled, parallel study. Journal of Clinical Biochemistry and Nutrition.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36777084/ - European Food Safety Authority (EFSA). (2020). Safety of astaxanthin for its use as a novel food in food supplements. EFSA Journal.
https://doi.org/10.2903/j.efsa.2020.5993 - Liu C. และคณะ (2024). Effects of Astaxanthin Supplementation on Fatigue, Motor Function and Cognition: A Meta-Analysis of Randomized Controlled Trials.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38243785/
สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ : หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : AllGiff
Email : admin@allgiff.com
โทร. 090-0491594
Line : @welove.giffarine











