มัดรวมประโยชน์ของมัทฉะ ที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด: พลังจากธรรมชาติส่งตรงจากญี่ปุ่น

ประโยชน์ของมัทฉะสำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมอุปกรณ์ชงชาเขียวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

          การดื่มมัทฉะไม่ใช่แค่เทรนด์คาเฟ่ แต่คือการรับเอา “ซูเปอร์ฟู้ด” เข้าสู่ร่างกาย เพราะการดื่มมัทฉะ 1 แก้ว คุณจะได้รับคุณค่าจากใบชาแบบเต็มใบที่ถูกบดละเอียด แตกต่างจากการชงชาแบบถุงจุ่มทั่วไป วันนี้เราจะมาเล่าถึง ประโยชน์ของมัทฉะ ที่คนรักสุขภาพแบบคุณควรจะรู้

อินโฟกราฟิกมัดรวมประโยชน์ของมัทฉะที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด
รายละเอียดสารสำคัญในมัทฉะประกอบด้วย EGCG, แอล-ธีอะนีน และคาเฟอีนจากใบชาเต็มใบ

เจาะลึกสารสำคัญในมัทฉะ พลังงานสะอาดที่ร่างกายต้องการ

 

          ความลับที่ทำให้มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของสายเฮลท์ตี้ทั่วโลก คือสารอาหารหลัก 3 ชนิดที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว:

  • อีจีซีจี (EGCG – Epigallocatechin Gallate): สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่มีความแรงมากกว่าวิตามินซีและวิตามินอีถึง 25-100 เท่า ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและชะลอความเสื่อมของร่างกาย.

  • แอล-ธีอะนีน (L-Theanine): กรดอะมิโนพิเศษที่ช่วยให้สมองหลั่งคลื่นอัลฟ่า ส่งผลให้คุณรู้สึก “สงบแต่ตื่นตัว” (Calm Alertness) ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิในการทำงาน โดยไม่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม.

  • คาเฟอีน (Caffeine): ให้พลังงานที่คงที่กว่ากาแฟ เพราะคาเฟอีนในมัทฉะจะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ทำให้คุณตื่นตัวยาวนานโดย ไม่เกิดอาการใจสั่น (Jitters) หรืออ่อนเพลียหลังหมดฤทธิ์.

ประโยชน์ของมัทฉะในการกระตุ้นการเผาผลาญ ลดไขมัน และบำรุงระบบประสาท

ประโยชน์ของมัทฉะ ที่มากกว่าความอร่อย

 

          มัทฉะคุณภาพพรีเมียมมีสรรพคุณทางยาและโภชนาการที่หลากหลาย:

  1. กระตุ้นการเผาผลาญและคุมน้ำหนัก: ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย (BMR) และลดการสะสมของไขมันใหม่.

  2. ดูแลระบบหลอดเลือดและหัวใจ: ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล.

  3. บำรุงสมองและภูมิคุ้มกัน: ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง.

แนะนำเวลาที่ควรดื่มมัทฉะเพื่อสุขภาพและดื่มก่อนออกกำลังกาย 30 นาที

ดื่มมัทฉะตอนไหนให้ได้ผลดีที่สุด?

 

          เพื่อให้ร่างกายดึงศักยภาพจากมัทฉะมาใช้ได้สูงสุด:

  • ช่วงเวลาทั่วไป: แนะนำให้ดื่ม ห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง (ทั้งก่อนและหลัง) เพื่อป้องกันไม่ให้สารแทนนินไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กและสารอาหารหลักจากมื้ออาหารปกติ.

  • ช่วงออกกำลังกาย: สำหรับใครที่อยากเบิร์นไขมันให้มากขึ้น แนะนำให้ดื่ม ก่อนออกกำลังกาย 30 นาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานระหว่างทำกิจกรรม.

ใหม่! กิฟฟารีน ชาเขียวมัทฉะ พรีเมียม