วิตามิน K2 D3 คืออะไร? คู่หูวิตามินเพื่อสุขภาพกระดูกและหลอดเลือดที่แข็งแรง
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น “วิตามิน” ถือเป็นอาหารเสริมอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง และหนึ่งในคู่หูวิตามินที่กำลังได้รับความสนใจอย่างสูงก็คือ วิตามิน K2 D3 ซึ่งไม่ใช่แค่วิตามินธรรมดา แต่เป็นการทำงานร่วมกันที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของกระดูกและหลอดเลือด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าวิตามินคู่นี้คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และทำไมเราจึงควรให้ความสำคัญ
ทำความรู้จัก วิตามิน D3 และ วิตามิน K2
ก่อนจะไปดูการทำงานร่วมกัน เรามาทำความรู้จักวิตามินแต่ละตัวกันก่อนนะคะ
วิตามิน D3 (Cholecalciferol) คืออะไร ?
วิตามิน D3 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วิตามินแดด” เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองเมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงแดด มีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ลำไส้ ดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นแร่ธาตุหลักในการสร้างกระดูกและฟัน หากร่างกายขาดวิตามิน D3 ต่อให้เรารับประทานแคลเซียมมากแค่ไหน ร่างกายก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่
- หากร่างกายได้รับวิตามินดี 3 ไม่เพียงพอ จะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ ไม่เกิน 10-15%
- แต่หากร่างกายได้รับวิตามินดี 3 เพียงพอ จะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ถึง 30-40%
ไลโปโซมอล วิตามิน D3
ขั้นกว่าของการดูดซึมแคลเซียม
- วิตามินดี 3 เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำมัน มักจะถูกแนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารเพื่อให้การดูดซึมดีขึ้น
- แต่วิตามินดี 3 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีไลโปโซม (หุ้มด้วยสารสำคัญด้วยฟอสโฟลิปิด 2 ชั้น) จะมีความคงตัวสูง ไม่ถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดีกว่าวิตามินดี 3 ทั่วไปถึง 1.8 เท่า
วิตามิน K2 (Menaquinone) คืออะไร ?
วิตามิน K2 อาจไม่เป็นที่รู้จักเท่า D3 แต่มีความสำคัญไม่แพ้กัน วิตามิน K2 ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “GPS นำทาง” โดยจะกระตุ้นโปรตีนที่ชื่อว่า Osteocalcin ให้ทำงาน ซึ่งโปรตีนนี้จะ นำพาแคลเซียมที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดไปเก็บไว้ในกระดูกและฟัน ให้ถูกที่ถูกทาง
- วิตามินเค 2 มีอยู่หลายชนิด ตั้งแต่ MK-1 ถึง MK-14 ซึ่งเลข MK ยิ่งมาก ก็จะยิ่งดูดซึมดี และอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น
- แต่วิตามินเค 2 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีงนวิจัยรองรับมากที่สุด ในเรื่องของการดูดซึมและการนำไปใช้ได้ดีที่สุด คือ ชนิด Trans MK-7 โดยจะพบมากในนัตโตะ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินเค2 จากธรรมชาติ
ทำไมต้องกินวิตามิน D3 คู่กับ K2?
คำถามที่ว่า กินวิตามิน D3 ต้องกิน K2 ด้วยไหม? คำตอบคือ “จำเป็นอย่างยิ่ง” เพราะการทำงานของวิตามินสองชนิดนี้ส่งเสริมกันและกันอย่างลงตัว
บทบาทของ วิตามินดี 3 ต่อการดูแลสุขภาพกระดูก
ช่วยดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือด
- หากร่างกายได้รับวิตามินดี 3 ไม่เพียงพอ จะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ ไม่เกิน 10-15%
- แต่หากร่างกายได้รับวิตามินดี 3 เพียงพอ จะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ถึง 30-40%
บทบาทของ วิตามินเค 2 ต่อการดูแลสุขภาพกระดูก
- ช่วยดึงแคลเซียมจากเลือดเข้าสู่กระดูก เพื่อนำไปใช้สร้างกระดูก จึงลดแคลเซียมส่วนเกินในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจได้
- ยับยั้งการสลายของกระดูก ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน และลดการเกิดกระดูกหักในผู้สูงอายุ
วิตามิน D2 K2 มีประโยชน์อะไรบ้าง ?
การทำงานร่วมกัน ของวิตามิน D3 และ K2 ได้ก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ดังนี้
-
เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน นี่คือประโยชน์หลักและสำคัญที่สุดของ วิตามิน K2 D3 กับสุขภาพกระดูก โดยช่วยเพิ่มมวลกระดูก ทำให้กระดูกหนาแน่นและแข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะใน วิตามิน D3 K2 สำหรับผู้สูงอายุ และสตรีวัยหมดประจำเดือน
-
ปกป้องหลอดเลือดและหัวใจ ป้องกันแคลเซียมเกาะผนังหลอดเลือด วิตามิน K2 ช่วยป้องกันไม่ให้แคลเซียมกลายเป็นหินปูนเกาะตามหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจและลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
-
เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย วิตามิน D3 มีบทบาทสำคัญในการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง ต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น
-
อาจมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าวิตามิน D3 และ K2 อาจมีส่วนช่วยให้เซลล์ตับอ่อนทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ใครบ้างที่ควรทานวิตามิน K2 D3 ?
- ผู้สูงอายุ: มีความสามารถในการสังเคราะห์วิตามิน D3 จากแสงแดดลดลง และมีความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนสูง
- สตรีวัยหมดประจำเดือน: การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนส่งผลให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว
- ผู้ที่ไม่ค่อยโดนแดด หรือทำงานในออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่: มีโอกาสได้รับวิตามิน D3 จากแสงแดดไม่เพียงพอ
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกและหลอดเลือด
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมให้ร่างกาย
- ผู้ที่มีความกังวลใจเรื่องกระดูกพรุน
- ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเฉพาะทางเป็นพิเศษ
วิตามิน K2 D3 กินตอนไหนดีที่สุด?
เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด คำแนะนำคือ วิตามิน K2 D3 กินตอนไหนดีที่สุด ควรจะเป็น พร้อมหรือหลังมื้ออาหารที่มีไขมันดีเป็นส่วนประกอบ เช่น อะโวคาโด ถั่ว หรือน้ำมันมะกอก เพราะทั้งวิตามิน D และ K เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน
วิตามิน K2 D3 หาได้จากที่ไหน?
นอกจากการทานอาหารเสริม เรายังสามารถพบวิตามินเหล่านี้ได้จากอาหาร
- แหล่งวิตามิน D3: แสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้า, ปลาที่มีไขมันสูง (แซลมอน, ทูน่า, แมคเคอเรล), ตับวัว, ไข่แดง
- แหล่งอาหารที่มีวิตามิน K2: นัตโตะ (ถั่วหมักญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีที่สุด, ตับสัตว์, ชีสบางชนิด (Gouda, Brie), เนย, ไข่แดง
การทานวิตามิน K2 D3 มีข้อห้าม หรือข้อควรระวัง หรือไม่ ?
แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มี ข้อควรระวังในการกินวิตามิน K2 D3 คือ ผู้ที่รับประทานยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด (เช่น Warfarin) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะวิตามิน K อาจส่งผลต่อการทำงานของยาได้
บทสรุป: วิตามิน K2 D3 คู่หูที่ขาดไม่ได้เพื่อสุขภาพที่ยืนยาว
วิตามิน K2 และ D3 คือคู่หูวิตามินที่ทำงานส่งเสริมกันอย่างสมบูรณ์แบบ D3 ช่วยดูดซึมแคลเซียม และ K2 ช่วยนำพาแคลเซียมไปใช้ให้ถูกที่ การได้รับวิตามินทั้งสองชนิดนี้อย่างเพียงพอจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีสุขภาพกระดูกที่แข็งแรงไปจนถึงวัยชรา และยังช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดไปพร้อมกัน หากคุณกำลังมองหาอาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การพิจารณา วิตามิน K2 D3 ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ความเห็นของผู้เขียน:
ส่วนตัวเคยเจอลูกค้าที่ทานแคลเซียมอยู่แล้ว แต่คุณหมอก็ยังวินิจฉัยว่ากระดูกพรุน หรือบางอยู่ และเชื่อว่าหลายๆ ท่านหรือคนใกล้ชิดที่เป็นผู้สูงอายุ อาจจะเคยเจอกรณีเดียวกัน และคุณหมอก็จะให้แคลเซียม และให้วิตามินดี 3 มาด้วย หรืออาจจะบอกว่าให้ไปตากแดดด้วยนะ นั่นเป็นเพราะว่าการทานแคลเซียมอย่างเดียว มันไม่สามารถดูดซึมได้เต็มที่ ดังนั้นจึงหวังว่า วิตามินเค 2 และวิตามินดี 3 จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยในการดูดซึมของแคลเซียม ที่เหมาะสำหรับทุกท่าน และคนใกล้ชิดนะคะ
Lorem ipsum dolor sit amet...
นวัตกรรมใหม่ เพื่อความแข็งแรงของกระดูก
- ไลโปโซมอล ดี3 ขั้นกว่าของการดูดซึมแคลเซียม
- วิตามิน เค2 ชนิด Trans MK-7 โดยจะพบมากนนัตโตะ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินเค 2 จากธรรมชาติ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง :
สินค้าใหม่
แหล่งอ้างอิง (References)
-
การทำงานร่วมกันของวิตามิน D และ K เพื่อสุขภาพกระดูกและหลอดเลือด:
-
ชื่องานวิจัย: The Synergistic Interplay between Vitamins D and K for Bone and Cardiovascular Health: A Narrative Review
-
แหล่งที่มา: PubMed Central (National Institutes of Health – NIH)
-
-
บทบาทของวิตามิน K ต่อสุขภาพ:
-
ชื่อบทความ: Vitamin K
-
แหล่งที่มา: Linus Pauling Institute, Oregon State University
-
-
ข้อมูลเกี่ยวกับวิตามิน D:
-
ชื่อบทความ: Vitamin D – Fact Sheet for Health Professionals
-
แหล่งที่มา: National Institutes of Health (NIH), Office of Dietary Supplements
-
-
ประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด:
-
ชื่องานวิจัย: The role of vitamin K in soft-tissue calcification
-
แหล่งที่มา: PubMed
-
-
ข้อมูลจากเว็บไซต์สุขภาพที่น่าเชื่อถือ (สำหรับบุคคลทั่วไป):
-
ชื่อบทความ: What to know about vitamin D3 and K2
-
แหล่งที่มา: Medical News Today
-
ชื่อบทความ: The Benefits of Taking Vitamin K-2 and D-3 Together
-
แหล่งที่มา: Healthline
-
สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ : หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : AllGiff
Email : admin@allgiff.com
โทร. 090-0491594
Line : @welove.giffarine


