แคลเซียมและสารอาหารเพิ่มความสูง: เจาะลึกช่วงเวลาทอง (Golden Period) ที่พ่อแม่ต้องรู้

ภาพหน้าปกบทความ แสดงเด็กผู้หญิงสวมชุดซุปเปอร์ฮีโร่ พร้อมข้อความ แคลเซียมเพิ่มความสูง

เข้าใจช่วงเวลาทอง (Golden Period) และ Growth Spurt โอกาสทองที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

 

          พ่อแม่หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า Golden Period หรือช่วงนาทีทองของการเจริญเติบโต สิ่งนี้คือช่วงเวลาที่ร่างกายของเด็กจะมีการยืดตัวอย่างรวดเร็ว (Growth Spurt) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการอัดฉีดสารอาหารเพื่อเพิ่มความสูง โดยช่วงเวลานี้จะมีความแตกต่างกันในเด็กชายและเด็กหญิงค่ะ

  • เด็กผู้หญิง: เริ่มต้นช่วงอายุ 9-10 ปี ความสูงจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงอายุ 12 ปี หลังจากนั้นอัตราการเพิ่มจะเริ่มคงที่

  • เด็กผู้ชาย: เริ่มต้นช้ากว่าเล็กน้อยที่ช่วงอายุ 10-12 ปี ความสูงจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงอายุ 14 ปี และจะค่อยๆ ลดอัตราการเพิ่มลงจนคงที่เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี (อ้างอิงที่ 1)

แผนภาพเปรียบเทียบความสูงของเด็กในแต่ละช่วงวัย พร้อมตารางวัดส่วนสูง แสดงพัฒนาการการเจริญเติบโต

แคลเซียมและสารอาหารที่จำเป็น: เชื้อเพลิงสำคัญในช่วง Golden Period

          หนึ่งในพระเอกหลักของเรื่องนี้คือ “แคลเซียม” ค่ะ สารอาหารชนิดนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อมวลกระดูกและการขยายตัวของกระดูก (Bone Mass Optimization) โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด

หากร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอ จะส่งผลให้:

  1. มีการสะสมมวลกระดูกเพิ่มขึ้น กระดูกและฟันแข็งแรง

  2. ส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างเต็มศักยภาพ

  3. ระบบการเจริญเติบโตทำงานได้รวดเร็วขึ้น

          ในทางตรงกันข้าม หากขาดแคลเซียม ร่างกายอาจเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เสี่ยงต่อภาวะเตี้ยกว่าเกณฑ์ โดยแหล่งแคลเซียมธรรมชาติที่ดีที่สุดยังคงเป็น “นมสด” ค่ะ (อ้างอิงที่ 2)

 

ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำต่อวัน (อ้างอิงที่ 3)

อายุ และเพศ ปริมาณแคลเซียมที่ต้องการ ต่อวัน เทียบเท่านมสด แก้วละ 200 มล. ต่อวัน

เด็ก  1-3 ปี

       4-8 ปี

500 มิลลิกรัม

800 มิลลิกรัม

ประมาณ 2.1 แก้ว ประมาณ 3.4 แก้ว

ผู้ชาย    9-18 ปี

          19-50 ปี

          ตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป

1,000 มิลลิกรัม

800 มิลลิกรัม

1,000 มิลลิกรัม

ประมาณ 4.2 แก้ว

ประมาณ 3.4 แก้ว

ประมาณ 4.2 แก้ว

ผู้หญิง    9-18 ปี

           19-50 ปี

         ตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป

1,000 มิลลิกรัม

800 มิลลิกรัม

1,000 มิลลิกรัม

ประมาณ 4.2 แก้ว

ประมาณ 3.4 แก้ว

ประมาณ 4.2 แก้ว

หญิงตั้งครรภ์   14-18 ปี หรือให้นมบุตร   19-50 ปี 1,000 มิลลิกรัม 800 มิลลิกรัม

ประมาณ 4.2 แก้ว

ประมาณ 3.4 แก้ว

 

เกร็ดความรู้เรื่องปริมาณแคลเซียมในนม:

  • นม 1 กล่อง (250 มล.) มีแคลเซียมประมาณ 295 มิลลิกรัม

  • นม 1 กล่อง (200 มล.) มีแคลเซียมประมาณ 236 มิลลิกรัม

 

เด็กชายและเด็กหญิงยืนเทียบความสูงกันที่สนามเด็กเล่น แสดงสถิติเด็กไทยมีภาวะเตี้ยเพิ่มขึ้น 12.9%

ปัญหาทางโภชนาการและสถิติความสูงของเด็กไทยที่น่ากังวล

 

          แม้จะมีการรณรงค์ “ดื่มนมจืด 2 แก้ว ทุกวัน” และกำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) แต่จากข้อมูลของกรมอนามัยยังพบสถิติที่น่าเป็นห่วงอยู๋ค่ะ:

  • ภาวะเตี้ยเพิ่มขึ้น: เด็กไทยมีภาวะเตี้ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.7 เป็น 12.9

  • ส่วนสูงเฉลี่ย (อายุ 12 ปี): เพศชาย 147.1 ซม. และเพศหญิง 148.1 ซม. ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ที่น่าพอใจ

  • การดื่มนมน้อย: วัยเรียนดื่มนมทุกวันเพียงร้อยละ 31.1 และวัยรุ่นเหลือเพียงร้อยละ 14.9

 

          เมื่อเทียบกับต่างประเทศ คนไทยดื่มนมเฉลี่ยเพียง 18.6 ลิตร/คน/ปี ในขณะที่อินเดียดื่มสูงถึง 59.6 ลิตร และญี่ปุ่น 32.1 ลิตร สาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ต่อเนื่อง (อ้างอิงที่ 2)

เด็กผู้ชายทำหน้าเบื่อและผลักแก้วนมออก สื่อถึงปัญหาเด็กที่ไม่ชอบดื่มนม หรือดื่มนมได้น้อย เสี่ยงขาดแคลเซียม

ทางเลือกเสริมโภชนาการ: เมื่อลูกดื่มนมน้อย จะทำอย่างไร?

 

          การได้รับโภชนาการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสูง แต่ยังสร้างบุคลิกภาพที่ดี ดูสง่างาม แต่สำหรับเด็กที่ดื่มนมน้อย หรือเบื่ออาหาร ปัจจุบันจึงมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น เม็ดเคี้ยว (Chewable) ที่มีรสชาติอร่อยเหมือนขนมแต่แฝงด้วยคุณประโยชน์ เพื่อจูงใจให้เด็กทานได้ง่ายขึ้น

 

สารอาหารสำคัญที่มักถูกเติมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก

          นอกจากแคลเซียมแล้ว ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกัน (Synergy Effect) เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต ดังนี้ค่ะ:

  1. วิตามินดี 3 (Vitamin D3): ตัวช่วยสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าสู่กระดูก คงสภาพฟัน และเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

  2. แมกนีเซียม (Magnesium): องค์ประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน ช่วยสังเคราะห์โปรตีน และสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

  3. สังกะสี (Zinc): จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

  4. ทองแดง (Copper): ช่วยสร้างฮีโมโกลบิน เสริมการทำงานของระบบประสาท และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (อ้างอิงที่ 4)

เด็กผู้หญิงถือกระปุกแคลเซียมแบบเม็ดเคี้ยว กิฟฟารีน แคลซีน (Giffarine Calcine) ทั้งรสนมและรสช็อกโกแลต
เด็กผู้หญิงกำลังเคี้ยวแคลเซียมเม็ดด้วยความอร่อย แสดงให้เห็นว่าทานง่ายเหมือนขนม เหมาะสำหรับเด็ก

เปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมในรูปแบบเม็ดเคี้ยว

 

          เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูการเปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมในรูปแบบเม็ดเคี้ยวกับนมสดค่ะ:

  • สูตร 50 มก./เม็ด: ทาน 5 เม็ด (250 มก.) = เทียบเท่านมประมาณ 1 แก้ว

  • สูตร 200 มก./เม็ด: ทาน 2 เม็ด (400 มก.) = เทียบเท่านมประมาณ 1.7 แก้ว

กิฟฟารีน ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยวนมผง ผสมแคลเซียม

แคลซีน กิฟฟารีน

กิฟฟารีน แคลซีน

เม็ดเคี้ยว แคลเซียม นมผง  และ วิตามิน ดี 
(1 เม็ด ได้แคลเซียม 50 มก.)

กิฟฟารีน แคลซีน ไฮท์พลัส

กิฟฟารีน แคลซีน ไฮท์ พลัส

เม็ดเคี้ยว แคลเซียม นมผง  และ วิตามิน ดี 
(1 เม็ด ได้แคลเซียม 200 มก.)

          อย่างไรก็ตาม การทานอาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วย แต่หลักๆ แล้วยังคงต้องเน้นอาหารมื้อหลักที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อให้ลูกรักเติบโตสมวัยในช่วง Golden Period นี้ค่ะ มาดูแลลูกรัก ให้แข็งแรง และสูงสมวัยกันนะคะ ^^

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

-20%
Original price was: 260 ฿.Current price is: 208 ฿.
-20%
Original price was: 180 ฿.Current price is: 144 ฿.
PV: 135
-20%
Original price was: 180 ฿.Current price is: 144 ฿.
PV: 135
-20%

สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ : หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : AllGiff
Email : admin@allgiff.com
โทร. 090-0491594
Line : @welove.giffarine

เพิ่มเพื่อน

สมัครสมาชิก คลิ๊ก!