HPR Retinoid คืออะไร? นวัตกรรมอนุพันธ์วิตามินเอ Gen ใหม่ ไม่ระคายเคือง ผิวแพ้ง่ายใช้ได้จริงไหม

เรตินอยด์ คืออะไร ส่องเทรนด์ผิวสวยด้วย เรตินอยด์ ที่มีงานวิจัยรองรับ จาก Giffarine

ทำความรู้จัก “เรตินอยด์” (Retinoid) กลุ่มสารมหัศจรรย์เพื่อผิว ยี่ห้อไหนดี

 

          หากคุณกำลังมองหาสกินแคร์เพื่อชะลอวัยที่ทรงประสิทธิภาพ หรือกำลังตัดสินใจว่า เรตินอยด์ ยี่ห้อไหนดี ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนแต่ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง บทความนี้มีคำตอบ! เรตินอยด์ เป็นกลุ่มสารอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A Derivatives) ที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน แต่ปัจจุบันวงการสกินแคร์ได้ก้าวเข้าสู่นวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า HPR Retinoid แล้ว แล้ว HPR คือ อะไร? มันคือเรตินอยด์ Gen ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่มีจุดเด่นเรื่องความอ่อนโยนต่อผิวมากกว่าเรตินอยด์ Gen เก่ามาก

ปภาพ Infographic เรตินอยด์คืออะไร สรุปคุณสมบัติ: ลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน และผลัดเซลล์ผิว
  • ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน
  • ช่วย ผลัดเซลล์ผิว อย่างเป็นธรรมชาติ ลดการอุดตันของรูขุมขน
  • ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน และ สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
ตารางเปรียบเทียบเรตินอยด์ มี 2 Gen สรุปความแตกต่าง: เรตินอยด์ Gen เก่า (Retinol) ต้องเปลี่ยนฟอร์ม vs. เรตินอยด์ Gen ใหม่ (HPR คือ Hydroxypinacolone Retinoate) ที่ออกฤทธิ์ได้ทันที

เรตินอยด์ Gen เก่า (Gen 1) vs. เรตินอยด์ Gen ใหม่ (Gen 2) แตกต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่กลไกการออกฤทธิ์และการระคายเคือง:

  1. เรตินอยด์ Gen เก่า: ต้องผ่านการเปลี่ยนฟอร์มหลายขั้นตอน (เช่น จาก Retinol ไปเป็น Retinoic Acid) ก่อนจะออกฤทธิ์ได้จริงที่ผิว การระคายเคืองสูง และทำให้ผิวแห้งได้ง่ายกว่า
  2. เรตินอยด์ Gen ใหม่ (Retinoid Acid Ester หรือ HPR): สารอนุพันธ์ในกลุ่มนี้ เช่น Hydroxypinacolone Retinoate (HPR) หรือ Retinoic Ester คือ รูปแบบที่ไม่ต้องเปลี่ยนฟอร์ม ออกฤทธิ์ได้ทันที ประสิทธิภาพสูงเทียบเท่า Gen เก่า แต่มีการระคายเคืองต่ำกว่ามาก จึงเหมาะสำหรับผิวที่บอบบาง
ทำไมเรตินอยด์ Gen ใหม่ ถึงมาแรง? ออกฤทธิ์ได้ทันที ประสิทธิภาพสูง เทียบเท่าเรตินอล Gen เก่า มีงานวิจัยรองรับ สรรพคุณ บำรุงผิว

เจาะลึก HPR Retinoid นวัตกรรมพรีเมี่ยมที่อ่อนโยนและประสิทธิภาพสูง

 

ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของ HPR (Hydroxypinacolone Retinoate) ที่มีงานวิจัยรองรับ

เรตินอยด์ สรรพคุณ และคุณสมบัติเด่นของ HPR ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ (Anti-Aging) และแก้ไขปัญหาจุดด่างดำ:

  • กระตุ้นการสื่อสารของเซลล์: HPR ทำงานโดยส่งสัญญาณไปยังเซลล์ผิว เพื่อเร่งการสร้างเซลล์ใหม่และกระตุ้นการผลิตโปรตีนสำคัญต่างๆ
  • เสริมความแข็งแรงของผิว: ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน ในชั้นผิว ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอย
  • การทำงานต่อเม็ดสีผิว: ช่วยลดความเข้มของ จุดด่างดำ บนผิว ปรับโทนสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้ดูสว่างและกระจ่างใสขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความเสถียรที่เหนือกว่า: HPR มีความเสถียรต่อแสงและอุณหภูมิสูงกว่าเรตินอยด์ Gen เก่าบางชนิด ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จะยังคงประสิทธิภาพไว้ได้ตลอดอายุการใช้งาน
รูปภาพตารางเปรียบเทียบ HPR Retinoid (Gen ใหม่) ของกิฟฟารีน กับ เรตินอยด์ Gen เก่า เน้นคุณสมบัติเด่นคือ ประสิทธิภาพสูง การระคายเคืองต่ำ ความไวต่อแสงน้อย และผิวไม่แห้ง

กิฟฟารีน พรีเมียม HPR เรตินอยด์: คำตอบสำหรับคำถาม “เรตินอยด์ ยี่ห้อไหนดี?”

 

สำหรับผู้ที่กำลังค้นหาข้อมูลและตัดสินใจว่า เรตินอยด์ ยี่ห้อไหนดี ที่รวมเอาประสิทธิภาพและความอ่อนโยนไว้ด้วยกัน กิฟฟารีน พรีเมียม HPR เรตินอยด์ สกิน บูสเตอร์ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของผู้ใช้งานเรตินอยด์โดยเฉพาะ ด้วยการผสมผสานส่วนผสมหลักที่ทรงพลัง 2 ส่วน:

  1. 0.2% HPR (อนุพันธ์วิตามินเอ Gen ใหม่): ให้ความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับการออกฤทธิ์บำรุงผิวในระดับลึก โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง
  2. Max Dose Phyto – Retinol: สารสกัดจากพืชที่มีการทำงานเลียนแบบเรตินอล (Retinol-like activity) ซึ่งจะช่วยเสริมการทำงานของ HPR ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนได้โดยไม่มีผลข้างเคียง

เหนือกว่าเรตินอยด์ Gen เก่าใน 3 มิติ (อ้างอิงจากผลิตภัณฑ์):

  • ด้านความอ่อนโยน: ด้วยการระคายเคืองที่น้อยมาก ทำให้ พรีเมี่ยม HPR ของกิฟฟารีน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย (ซึ่งปกติแล้วจะใช้เรตินอล Gen เก่าได้ยาก)
  • ด้านความไวต่อแสง: HPR มีความไวต่อแสงน้อย ทำให้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องผิวไวต่อแสงจัดเหมือนการใช้เรตินอยด์ Gen เก่าบางชนิด
  • ด้านความชุ่มชื้น: สูตรของผลิตภัณฑ์ยังถูกออกแบบมาให้ผิวไม่แห้งตึง แต่ยังสามารถดึงดูดความชุ่มชื้นไว้ได้ ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากเรตินอยด์ Gen เก่าที่มักจะทำให้ผิวแห้งและลอก

 

เรตินอยด์ ใช้ยังไง? (วิธีใช้ กิฟฟารีน พรีเมียม HPR)

  • สำหรับผู้เริ่มต้น: แนะนำให้ใช้เพียง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงแรก เพื่อให้ผิวได้ปรับตัว
  • การใช้งาน: ทาผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสมให้ทั่วผิวหน้าและลำคอ ในช่วงเวลาเย็น
  • การป้องกัน: แม้ว่า HPR จะไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงมากเท่าเรตินอล Gen เก่า (ซึ่งบางท่านอาจค้นหาด้วยคำว่า กิฟฟารีน เรตินอล) แต่การใช้ครีมกันแดดในตอนเช้ายังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อปกป้องผิวและคงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานที่สุด
ข้อควรระวังในการใช้ เรตินอยด์ กิฟฟารีน HPR เช่น งดใช้ขณะตั้งครรภ์ และห้ามใช้ร่วมกับ AHA/BHA

ข้อควรระวังในการใช้เรตินอยด์: เรตินอยด์ ห้ามใช้คู่กับอะไร? และใช้อย่างไรให้ปลอดภัย?

 

ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง/ระวังในรูทีนเดียวกัน

การใช้ เรตินอยด์ โดยเฉพาะ Gen เก่า อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองสูง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้คู่กับสารออกฤทธิ์แรงในรูทีนเดียวกัน ดังนี้:

  • กรดผลัดเซลล์ผิว (AHAs/BHAs): เช่น Glycolic Acid, Lactic Acid, Salicylic Acid (BHA) การใช้ร่วมกับเรตินอยด์อาจทำให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์มากเกินความจำเป็น นำไปสู่การระคายเคือง ผิวแดง ผิวลอก และแสบง่าย วิธีแก้: แนะนำให้แยกใช้คนละช่วงเวลา เช่น ใช้กรดผลัดเซลล์ผิวตอนเช้า และใช้เรตินอยด์ (หรือ HPR) ตอนกลางคืน
  • วิตามินซี (Ascorbic Acid) รูปแบบบริสุทธิ์: การใช้พร้อมกันอาจทำให้เกิดการระคายเคืองสูง และอาจลดประสิทธิภาพของทั้งสองสารเนื่องจากค่า pH ที่ต่างกัน วิธีแก้: ควรแยกใช้คนละช่วงเวลา (เช่น วิตามินซีตอนเช้า, เรตินอยด์ตอนเย็น) หรือเลือกใช้วิตามินซีอนุพันธ์ที่มีความเสถียรสูงแทน
  • ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผิวที่มีฤทธิ์รุนแรง: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide หรือ Hydrogen Peroxide ในเวลาเดียวกัน เพราะอาจทำให้เรตินอยด์บางชนิด (โดยเฉพาะ Gen เก่า) เสื่อมสภาพลงได้
รูปภาพผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน พรีเมียม HPR เรตินอยด์ สกิน บูสเตอร์ อธิบายเหตุผลที่ต้องใช้ HPR Retinoid โดสถึงแต่ไม่ทำร้ายผิว ประสิทธิภาพสูงในการลดเลือนริ้วรอย

ข้อแนะนำพิเศษสำหรับ HPR Retinoid และคำแนะนำการใช้ที่ถูกต้อง

ถึงแม้ว่า พรีเมี่ยม HPR ที่อยู่ใน กิฟฟารีน พรีเมียม HPR เรตินอยด์ จะเป็นอนุพันธ์ Gen ใหม่ที่มีความอ่อนโยนและเสถียรกว่า ทำให้ข้อจำกัดในการใช้คู่กับสารอื่นๆ ลดลง แต่การเรียนรู้วิธีใช้ที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:

  1. สำหรับผู้เริ่มต้น (Start Low, Go Slow): หากไม่เคยใช้เรตินอยด์มาก่อน ควรเริ่มต้นใช้ในปริมาณน้อยๆ เพียง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับสารออกฤทธิ์
  2. การสังเกตผิว: หากต้องการใช้ HPR ร่วมกับกรดผลัดเซลล์ผิว (AHAs/BHAs) ควรเริ่มใช้แยกช่วงเวลา และหากไม่เกิดอาการแพ้ จึงค่อยพิจารณาใช้ร่วมกันในปริมาณที่น้อยที่สุด
  3. ความชุ่มชื้นสำคัญ: ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ตามหลังการใช้ HPR ทุกครั้ง เพื่อช่วยเสริมปราการผิว และกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ เนื่องจาก HPR มีส่วนช่วยดึงดูดความชุ่มชื้นอยู่แล้ว การเสริมมอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น
  4. ป้องกันแดดเสมอ: แม้ว่า HPR จะไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงจัดเท่าเรตินอล Gen เก่า แต่การใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ในตอนเช้าเป็นสิ่ง จำเป็นสูงสุด ในทุกๆ วัน เพื่อปกป้องผิวที่กำลังถูกฟื้นฟู และทำให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้ เรตินอยด์

ขอแนะนำ.. กิฟฟารีน พรีเมียม HPR เรตินอยด์

แหล่งที่มา :

  • ข้อมูลพื้นฐานเรตินอยด์และกลไกการออกฤทธิ์:
  • การเปรียบเทียบและการใช้เรตินอยด์:
  • ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับ Hydroxypinacolone Retinoate (HPR):
    • งานวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Retinol และ HPR (Clinical Study/Review): (มักจะมาจากวารสารทางการแพทย์ แต่ลิงก์ที่เข้าถึงง่ายกว่าคือบทความที่อ้างอิงงานวิจัยเหล่านั้น) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6791161/ (บทความที่พูดถึง Retinoids รูปแบบต่างๆ และความเสถียรของ HPR)

สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ : หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : AllGiff
Email : admin@allgiff.com
โทร. 090-0491594
Line : @welove.giffarine

เพิ่มเพื่อน

สมัครสมาชิก คลิ๊ก!